เพลงทางก้าวหน้า

13:14 anavach purivaro 0 Comments

     วันนี้ได้ฟังเพลงประจำรุ่นของน้องอาสาพันธุ์ตะวันรุ่นใหม่  ที่มีเนื้อหาถึงความเสียสละอุทิศตน เข้ามาทำงานเพื่อพระพุทธศาสนา เลยนึกไปถึงเพลงๆหนึ่ง ที่เป็นเพลงในยุคแรกๆของชมรมพุทธศาสตร์สากลฯ นั่นก็คือเพลง "ทางก้าวหน้า" ซึ่งเป็นเพลงที่มีเสียงร้อง ทำนองเพลง และเนื้อหาดีมากๆ เป็นเพลงประจำของโครงการสอบตอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้า ที่ปัจจุบัน เป็นปีที่ 31 แล้ว มีจำนวนผู้เข้าสอบแต่ละปีจากทั่วประเทศ กว่า 5 ล้านคน(โห..ทำได้ยังไงเนี่ยะ เยอะจัง!) ยิ่งได้ฟังเบื้องหลังที่มาของการแต่งเพลงๆนี้ แล้วยิ่งประทับใจ และอัศจรรย์ใจในอัจฉริยภาพ สุนทรียภาพ และหัวใจที่ยิ่งใหญ่ ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อของเรา ที่ท่านมองว่า "ไม่มีสิ่งใดในโลก ที่ทำไม่ได้ หรือเป็นไปไม่ได้ ถ้าเราตั้งใจทำ"


      เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นสมัยที่ชมรมพุทธศาสตร์สากลฯ เพิ่งก่อตั้งขึ้นได้ไม่นาน สมัยยุคทางก้าวหน้าปีที่ 17 ช่วงที่พี่หมอบุ๊ง เป็นประธานชมรมพุทธฯ(นายแพทย์พรชัย พิญญพงษ์ ปัจจุบันเป็น ประธานองค์การยุวพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก) อาคารหลังปัจจุบันยังไม่ได้สร้างเลย  ..ตอนนั้นสำนักงานของชมรมพุทธฯ ก็ไปขอแบ่งใช้พื้นที่อาคารของสำนักประชาสัมพันธ์เก่าอยู่  เรื่องที่เล่านี้ คิดว่าน้อยคนนักที่จะทราบ เพราะมันนานมากแล้ว ที่ทราบนี่ก็ฟังรุ่นพี่เล่าต่อมาอีกทีหนึ่ง

     เรื่องราวก็มีอยู่ว่า ครั้งหนึ่ง พระเดชพระคุณหลวงพ่อ มาเดินตรวจงานและเยี่ยมเยียนที่ชมรมพุทธฯตอนช่วงสายๆ ท่านก็ไปเห็นโบรชัวร์ทางก้าวหน้า ซึ่งด้านหลังมีเนื้อเพลง ซึ่งมีเนื้อหาดีมากเพลงหนึ่งที่ทีมงานจะใช้ร้องปลุกใจกันก่อนจะไปทำหน้าที่ หลวงพ่อก็เลยถามว่าเพลงนี้คือเพลงอะไร เราก็ตอบท่านว่าเพลงนั้นคือ เพลง"ศรัทธาที่กล้าเดิน" 



       เป็นของที่คนข้างนอกเค้าร้องกัน หลวงพ่อเลยถามว่าแล้วเราไม่มีเพลงของเราเองหรือ? พวกเราก็ตอบว่าไม่มี หลวงพ่อก็บอกว่างั้นเราแต่งเพลงของเรากันเองดีกว่า จะได้เป็นเพลงประจำโครงการจริงๆ

       ก็มีคนหนึ่งตอบหลวงพ่อไปว่า ลูกแต่งเพลงไม่เป็นเจ้าค่ะ .. เท่านั้นเอง หลวงพ่อก็สั่งพอจ.ธานินทร์ (ผอ.สำนัก)ที่อยู่ตรงนั้นว่า ให้ไปตามลูกๆมารวมกันทั้งสำนักเลย เดี๋ยวหลวงพ่อจะสอนแต่งเพลงให้ ไม่ยากเลย

     คราวนี้เกิดความ Alert กันทั้งสำนัก ทั้งพระอาจารย์ ทั้งพี่ๆน้องๆทุกคนก็มารวมกัน แล้วหลวงพ่อก็สอนว่า แต่งเพลงไม่ยากอะไรเลย ให้ทุกคนช่วยกันลงมือแต่งเพลง จะเขียนเป็นกลอน หรือเป็นประโยคคำคมก็ได้ เขียนมาก่อน แล้วเดี๋ยวบ่ายหลวงพ่อจะมาดูอีกที .. จากนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นคือ ทั้งพระอาจารย์ ทั้งน้องก็มานั่งรวมกันในห้อง ซึ่งหลายคนก็ยังงงอยู่เลย เพราะไม่ทราบเรื่องก่อนหน้านี้ เพิ่งจะถูกตามตัวมา แต่ทุกคนก็ได้รับกระดาษและปากกา และให้แต่งเพลงกัน ทั้งๆที่หลายคนไม่เคยแต่งเพลงเลยในชีวิต ขณะที่พอจ.ธานินทร์ก็ทำหน้าที่เป็นกองเชียร์ พูดยกใจทีมงานทั้งสำนักไปด้วยความ alert อย่างเต็มที่



     พอตอนบ่ายหลวงพ่อก็มาจริงๆ ซึ่งก่อนที่ท่านมา พวกเราก็เอาข้อความที่แต่ละคนแต่งๆกันมา ทั้งพระทั้งโยม มาเขียนขึ้นบนกระดาน Whiteboard ซึ่งนำมาตั้งเรียงต่อกันเกือบ 20 กระดาน ให้หลวงพ่อดู  ท่านก็เดินตรวจ เดินอ่านทุกกระดานเลย แล้วท่านยิ้มแล้วก็บอกว่า อ้าว.. ก็แต่งเพลงกันได้นี่จ้ะ

    จากนั้นหลวงพ่อก็บอกให้ทุกคนมาอ่านผลงานที่แต่ละคน เขียนบนกระดาน แล้วให้เอาปากกา วงประโยคที่ชอบไว้ ของแต่ละคน แล้วขีดเป็นคะแนน พอทุกคนเดินอ่านแต่ละคนเสร็จก็ให้นับคะแนน แล้วเลือกเอาประโยคที่มีคนเลือกมากๆ ออกมา จากนั้นก็ให้เอามาเรียบเรียงใหม่ ก็จะได้เป็นเพลงแล้ว พอท่านสั่งเสร็จ ท่านก็บอกว่า เดี๋ยวเสร็จแล้วเอามาให้หลวงพ่อดูอีกทีตอนเย็นนะ.. พอท่านกลับไป คราวนี้เราก็คัดคนที่เก่งๆในการเรียบเรียงกลอน มานั่นคือพี่เอ้ และพี่สุ และอีกไม่กี่คน มาช่วยกันเรียบเรียงประโยคที่ทุกคนเลือก แล้วก็ ไปเชิญพี่ซุง ซึ่งเป็นนักดนตรีของวัดอยู่แล้ว มาแต่งดนตรีและเล่นกีตาร์ให้ ส่วนคนอื่นก็ไปทำงานของตัวเองต่อ



   พอตอนเย็น เพลงทางก้าวหน้าเวอร์ชั่นแรกก็เสร็จพอดี พร้อมคอร์ดเรียบร้อย เราก็คัดน้องๆที่เสียงดีๆ และพี่ซุงเล่นกีตาร์ ร้องถวายให้หลวงพ่อฟังที่ระดมทุน พอหลวงพ่อฟังจบก็ชื่นชมทีมงานทุกคน พวกเราต่างก็ปลื้มใจกันทั้งสำนัก

   แต่แค่นี้ก็นึกว่าจะจบแล้ว  พอหลวงพ่อชมพวกเราเสร็จ ท่านก็ทราบว่าเวอร์ชัน ที่เราร้องกันนี่ยังไม่สมบูรณ์ ท่านก็บอกให้ทีมงาน ไปปรับปรุงให้สมบูรณ์ขึ้นอีก หลวงพ่อขอฟังอีกครั้งก่อนจำวัตร แล้วท่านก็ไป พวกเราก็ช่วยกันเกลาเนื้อเพลงบางส่วน และทำนองให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น แล้วทีมงานก็ได้ทำการอัดบันทึกเป็นเทป ส่งเข้าไปอาคารถวายหลวงพ่ออีกครั้งก่อนท่านจะกลับไปจำวัตรที่กุฎิ

    สรุปว่า เพลงทางก้าวหน้านี้ แต่งเนื้อและดนตรี เสร็จภายในวันเดียว เป็นเนื้อเพลงที่ไม่มีการแก้ไขอีกเลย และเป็นเพลงประจำโครงการทางก้าวหน้าตลอดมานับตั้งแต่วันนั้น..  เรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงวีธีการสอนของหลวงพ่อ และยืนยันสิ่งที่หลวงพ่อท่านเคยสอนว่า "ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ ถ้าตั้งใจทำจริงๆ "